1 พฤษภาคม 2562 นับถอยหลังเหลือ"11ปี" ถึงเวลาหายนะโลกร้อน

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/article/706727

สหประชาชาติเตือน ปี พ.ศ. 2573 น้ำท่วมใหญ่ แห้งแล้งและอากาศร้อนจัด หนาวจัด ไฟป่า พายุ ขาดแคลนอาหาร ผู้คนล้มตาย สัตว์สูญพันธุ์ เนื่องจากวิกฤิตโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศแปรปรวน หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย เป็นที่ทราบกันดีว่าภาวะโลกร้อน เกิดจากที่การกระทำของมนุษย์ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น เช่น การเผาไหม้ การปล่อยควัน ก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนไดออกไซด์ และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งส่งผลกระทบให้เราได้เห็นแล้วในปัจจุบันนี้ ทั้งปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นความร้อน ความหนาวจัด หมอกควันพิษ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลสูงขึ้นและอุณหภูมิสูงขึ้น ฝนและพายุแรงขึ้น ที่ส่งผลร้ายต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์อย่างมาก วิกฤติโลกร้อนไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะภัยพิบัติครั้งใหญ่กำลังมาเยือนหากเราไม่ลงมือแก้ไขตอนนี้ รายงานจากคณะกรรมการของสหประชาชาติ (UN) ด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (IPCC) เตือนว่า จากอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศในปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2573 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และจะทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ เช่น ภาวะแห้งแล้งจากไฟป่า อากาศร้อนจัด รวมทั้งการขาดแคลนอาหารทั่วโลก น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่อาจจะจมอยู่ใต้น้ำ อุณหภูมิของโลกเฉลี่ยในปัจจุบันเพิ่มขึ้นไปแล้วประมาณ 1 องศาเหนือระดับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรมแล้ว และถ้าหากอุณภูมิโลกเฉลี่ยร้อนเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม โลกจะต้องเกิดภัยพิบัติหลาย ๆ อย่างตามมา จึงต้องเร่งอาศัยความร่วมมือของทุกประเทศทั่วโลก อันที่จริงเรามีข้อตกลงที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ คือ ข้อตกลงปารีส ที่กำหนดว่าแต่ละประเทศจะต้องช่วยกันควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาฯ เหนือระดับอุณหภูมิช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม IPCC เสนอว่า เราควรรักษาอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ เพราะ 2 องศาฯ นั้นถือว่ารุนแรงมากเกินไป และอาจทำให้ปะการังตายหมดทั่วโลก การแก้ไขปัญหาโลกร้อนและลดก๊าซเรือนกระจก จะต้องอาศัยความเปลี่ยนแปลงในการใช้พลังงาน การคมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม การอยู่อาศัยในเขตเมือง การเร่งเพิ่มต้นไม้ละพื้นที่สีเขียว หยุดใช้เชื้อเพลิงและพลังงานที่ก่อก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฯ เช่น ฟอสซิล พลังงานถ่านหิน น้ำมัน และเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น อย่างไรก็ดีขณะที่ทั่วโลกพยายามทำตามข้อตกลงปารีสนี้ไม่มากก็น้อย แต่เรามีเรื่องช็อกในปี 60 เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศถอนตัว โดยอ้างว่าข้อตกลงนี้ไม่เป็นธรรมแก่สหรัฐฯ และขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศ